ในยุคที่ความปลอดภัยต้องมาพร้อมกับความชาญฉลาด EZVIZ H9c Dual 2Kและ 3K ได้เข้ามาสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับกลุ่มกล้องวงจรปิด PT Series ด้วยเทคโนโลยี "เลนส์คู่" (Dual Lens) ที่ผสานการทำงานกันอย่างลงตัว ช่วยให้การปกป้องพื้นที่กว้างใหญ่เป็นเรื่องง่าย ครอบคลุมทุกมุมมอง และทำงานได้อย่างอัตโนมัติราวกับมีทีมรักษาความปลอดภัยคอยดูแลตลอด 24 ชั่วโมง
นอกจากสเปกกล้องที่คมชัดระดับ 2K ทั้งสองเลนส์แล้ว H9c ยังอัดแน่นไปด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะที่ช่วยยกระดับการป้องกัน โดยไม่ต้องเสียค่าบริการรายเดือนเพิ่มเติม:
AI อัจฉริยะแม่นยำสูง: ระบบตรวจจับรูปร่างมนุษย์และยานพาหนะ ช่วยลดการแจ้งเตือนที่ผิดพลาดจากใบไม้ไหวหรือสัตว์ที่วิ่งผ่าน
ระบบป้องกันเชิงรุก (Active Defense): ทันทีที่ตรวจพบผู้บุกรุก กล้องจะส่งเสียงไซเรนเตือนภัยและสาดไฟสปอตไลท์สว่างจ้าเพื่อขับไล่ผู้ไม่หวังดี
การเชื่อมต่อที่เสถียรและทรงพลัง: มาพร้อมเสาอากาศ Wi-Fi คู่ที่รองรับระยะสัญญาณไกลสูงสุดถึง 220 เมตร (ในพื้นที่โล่ง)
เทคโนโลยีการบีบอัดวิดีโอ H.265: ช่วยให้การสตรีมวิดีโอลื่นไหล และประหยัดพื้นที่จัดเก็บข้อมูลได้ถึง 50% เมื่อเทียบกับเทคโนโลยีเดิม
รองรับ Smart Home: สามารถสั่งการด้วยเสียงผ่าน Google Assistant และ Amazon Alexa ได้อย่างง่ายดาย
H9c 2K ออกแบบมาให้รับมือกับความมืดได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีไฟสปอตไลท์ในตัวถึง 4 ดวง และรองรับโหมดกลางคืนถึง 3 รูปแบบ เพื่อให้เหมาะกับทุกสถานการณ์การใช้งาน:
| โหมดการทำงาน | รายละเอียดการแสดงผล | จุดเด่นที่สำคัญ |
| โหมดสี (Color) | แสดงภาพสีคมชัดตลอดคืน (ระยะสูงสุด 40 เมตร หากเลนส์ชี้ทางเดียวกัน) | สูงสุด 40 เมตร หากเลนส์ชี้ทางเดียวกัน)เก็บรายละเอียดสีเสื้อผ้าหรือตัวรถได้อย่างชัดเจน |
| โหมดชาญฉลาด (Smart) | สลับจากภาพขาว-ดำเป็นภาพสีอัตโนมัติเมื่อพบการเคลื่อนไหว | ประหยัดพลังงานไฟสปอตไลท์ และใช้เป็นไฟเตือนผู้บุกรุกได้ |
| โหมดขาว-ดำ (B&W) | แสดงภาพขาว-ดำด้วยอินฟราเรด | เหมาะสำหรับพื้นที่ที่ต้องการความกลมกลืน ไม่ต้องการแสงสว่างรบกวน |
Q1: ระบบตรวจจับด้วย AI ของ H9c 2K ต้องสมัครแพ็กเกจรายเดือนเพิ่มหรือไม่? A: ไม่จำเป็น ฟีเจอร์การตรวจจับรูปร่างมนุษย์และยานพาหนะ รวมถึงการติดตามอัตโนมัติ (Auto-Tracking) ถูกติดตั้งมาให้พร้อมใช้งานในตัวเครื่องแล้ว โดยไม่ต้องผูกมัดกับแผนการสมัครใช้งานใดๆ
Q2: กล้องสามารถบันทึกวิดีโอเก็บไว้ที่ไหนได้บ้าง? A: กล้องรองรับการใส่การ์ด MicroSD ภายในตัวเครื่องได้ความจุสูงสุดถึง 512 GB นอกจากนี้ หากต้องการความปลอดภัยขั้นสุด ยังสามารถเลือกใช้บริการจัดเก็บข้อมูลบนระบบคลาวด์ที่มีการเข้ารหัสอย่าง EZVIZ CloudPlay ได้เช่นกัน
Q3: สามารถติดตั้งกล้องรุ่นนี้ไว้ภายนอกอาคาร ตากแดดตากฝนได้หรือไม่? A: สามารถติดตั้งภายนอกได้อย่างไร้กังวล ตัวกล้องได้รับการออกแบบมาให้ทนทานต่อสภาพอากาศ (Weatherproof) พร้อมรับมือกับสภาพแวดล้อมที่รุนแรงได้เป็นอย่างดี
Q4: ฟีเจอร์ "การลาดตระเวนอัตโนมัติ" ทำงานอย่างไร? A: คุณสามารถตั้งค่าจุด Preset ให้กล้องล่าง (PT) หันไปตรวจสอบตามจุดต่างๆ ที่กำหนดไว้ล่วงหน้าได้ถึง 4 จุด หรือจะปล่อยให้กล้องหมุนลาดตระเวนเพื่อกำจัดจุดบอดแบบอัตโนมัติตามช่วงเวลาที่ตั้งไว้ก็ได้ ช่วยลดภาระในการต้องมานั่งหมุนกล้องดูเองทีละมุม
Q5: หากมีคนมาส่งของที่สถานที่ส่งสินค้า หรือมีแขกมาเยือน จะพูดคุยผ่านกล้องได้ไหม? A: ทำได้สะดวกมากผ่านฟีเจอร์ "การสนทนาสองทาง" คุณสามารถใช้แอปพลิเคชัน EZVIZ บนสมาร์ทโฟนพูดคุยโต้ตอบกับผู้ที่อยู่หน้ากล้องได้ทันที หรือจะตั้งค่าให้กล้องเล่นเสียงข้อความที่บันทึกไว้อัตโนมัติเมื่อตรวจพบการเคลื่อนไหวก็ได้
Q6: หากแอปพลิเคชันแสดงว่ากล้องออฟไลน์อยู่ จะยังมีการบันทึกวิดีโอต่อหรือไม่?
A:
กรณีที่กล้องเปิดเครื่องแต่ขาดอินเทอร์เน็ต: การบันทึกวิดีโอลงในตัวเครื่อง (MicroSD Card) จะยังคงดำเนินการต่อไปตามปกติ แต่การบันทึกข้อมูลลงบนระบบคลาวด์จะหยุดชั่วคราว
กรณีที่กล้องปิดเครื่องหรือไฟดับ: การบันทึกวิดีโอทั้งสองช่องทางจะหยุดลงทันที
Q7: ทำไมจึงมีการแจ้งเตือนการตรวจจับ แม้จะไม่มีใครอยู่ในภาพ?
A: อาการนี้อาจเกิดจากการตั้งค่าความไวที่สูงเกินไป แนะนำให้ ปรับลดค่าความไวในการตรวจจับลง โปรดทราบว่าระบบอาจถูกกระตุ้นให้ส่งสัญญาณเตือนจากปัจจัยแวดล้อมอื่นๆ ได้เช่นกัน เช่น ยานพาหนะที่ขับผ่าน หรือสัตว์ที่เคลื่อนไหวในระยะกล้อง
Q8: มีวิธีการตั้งค่าใช้งานการ์ด MicroSD สำหรับการจัดเก็บข้อมูลในเครื่องอย่างไร?
A: สามารถตั้งค่าได้ง่ายๆ ตามขั้นตอนดังนี้:
ตรวจสอบให้แน่ใจว่าเสียบการ์ด MicroSD เข้าไปในกล้อง และเพิ่มกล้องเข้าในบัญชีผู้ใช้ EZVIZ เรียบร้อยแล้ว
เปิดแอปพลิเคชัน EZVIZ เข้าไปที่เมนู “Device Details” (รายละเอียดของอุปกรณ์)
หากมีปุ่ม “Initialize Storage Card” (เริ่มต้นใช้งานการ์ดจัดเก็บข้อมูล) ปรากฏขึ้น ให้กดเพื่อฟอร์แมตและเริ่มต้นใช้งานการ์ดก่อนเป็นอันดับแรก
หมายเหตุ: การบันทึกลงการ์ด MicroSD สำหรับการตรวจจับการเคลื่อนไหว จะถูกเปิดใช้งานไว้เป็นค่าเริ่มต้นอยู่แล้ว
Q9: โทรศัพท์มือถือไม่ได้รับข้อความแจ้งเตือน แม้ว่ากล้องจะอยู่ในสถานะออนไลน์ (Online) ต้องทำอย่างไร?
A: โปรดตรวจสอบการตั้งค่าต่อไปนี้:
ตรวจสอบให้แน่ใจว่าแอป EZVIZ กำลังทำงานอยู่บนโทรศัพท์ และได้เปิดใช้งาน การแจ้งเตือนการตรวจจับการเคลื่อนไหว ในตัวแอปแล้ว
สำหรับผู้ใช้ Android: ตรวจสอบว่าแอปได้รับอนุญาตให้ทำงานในพื้นหลัง (Background processing) ได้
สำหรับผู้ใช้ iOS: ไปที่ “Settings (การตั้งค่า) > Notification (การแจ้งเตือน)” แล้วตรวจสอบว่าเปิดสิทธิ์การส่งข้อความแจ้งเตือนให้แอป EZVIZ แล้วหรือไม่
หากตรวจสอบทั้งหมดแล้วยังไม่ได้รับการแจ้งเตือน ให้ กดปุ่มรีเซ็ตที่ตัวกล้องค้างไว้ประมาณ 4 วินาที เพื่อคืนค่าการตั้งค่าเริ่มต้นของกล้อง
Q10: ไม่สามารถดูภาพมุมมองแบบสด (Live View) หรือดูภาพย้อนหลัง (Playback) ได้?
A: ปัญหานี้มักเกิดจากการเชื่อมต่อ ตรวจสอบให้แน่ใจว่าเครือข่ายอินเทอร์เน็ตของคุณยังเชื่อมต่ออยู่และมีความเสถียร เนื่องจากการดูวิดีโอแบบสดจำเป็นต้องใช้แบนด์วิดท์ (Bandwidth) ที่ดี แนะนำให้ลองกดรีเฟรชหน้าจอวิดีโอ หรือสลับไปใช้เครือข่ายอินเทอร์เน็ตอื่น (เช่น เปลี่ยนจาก Wi-Fi เป็น 4G/5G) แล้วลองเข้าชมอีกครั้ง
Q:H9c Dual 2K กับ H9c Dual 3Kต่างกันแย่างไร?
A: ระหว่าง 2 รุ่นนี้คือ ความละเอียดของกล้อง (Resolution) ครับ
H9c Dual 2K: เลนส์คู่ความละเอียดระดับ 2K ให้ภาพคมชัดระดับมาตรฐานสำหรับการเฝ้าระวังทั่วไป (เพียงพอสำหรับการใช้งานในบ้านหรือพื้นที่ที่ไม่กว้างมากนัก)
H9c Dual 3K: เลนส์คู่ความละเอียดระดับ 3K (ประมาณ 5 ล้านพิกเซลต่อเลนส์) จะให้ความคมชัดและเก็บรายละเอียดภาพได้เหนือกว่า ซึ่งจะเห็นผลชัดเจนมากที่สุดเวลาที่ต้อง ซูมดูรายละเอียด เช่น ทะเบียนรถ หรือใบหน้าบุคคลในระยะไกล ภาพจะแตกน้อยกว่ารุ่น 2K
แหล่งอ้างอิง: https://www.ezviz.com/th/product/h9c+dual+2k/55951 https://mfs.ezvizlife.com/H9c_User%20Manual_TH_V1.0.0.pdf?ver=33363&_gl=1*1szge3c*_gcl_au*NjQ1NTcyMDY1LjE3ODEwNzk1ODQ.*_ga*ODgxMTYzMzMuMTc2NTM2NDMzMg..*_ga_GFXNRVT2BW*czE3ODE5NDg1MjckbzEwMSRnMSR0MTc4MTk0ODU0MCRqNDckbDAkaDE0MjYwMDQ3Mg..
!