เคยไหมครับ... เวลาดึกๆ ได้ยินเสียงกุกกักนอกบ้านทีไรก็อดระแวงไม่ได้ ครั้นจะติดกล้องวงจรปิด ภาพตอนกลางคืนก็มักจะขาวดำ เบลอ จนแทบมองไม่ออกว่าใครเป็นใคร ปัญหาเหล่านี้จะหมดไปเมื่อคุณรู้จักกับ EZVIZ C3N กล้องวงจรปิดอัจฉริยะที่เกิดมาเพื่อจัดการกับความมืดโดยเฉพาะ
มาดูกันว่าทำไมกล้องรุ่นนี้ถึงสมควรได้รับตำแหน่ง "ยามรักษาความปลอดภัย" ประจำบ้านของคุณ!
จุดเด่นที่สุดของ C3N คือเลนส์ระดับโปรที่มาพร้อมสปอตไลท์ 2 ดวง และไฟอินฟราเรด (IR) ทำให้ภาพที่ได้ในตอนกลางคืนคมชัดระดับ 1080p และที่สำคัญคือ "เป็นภาพสี" แม้ในที่มืดสนิท โดยคุณสามารถเลือกปรับโหมดได้ตามใจชอบถึง 3 แบบ:
โหมดภาพสี: ภาพสีคมชัด สปอตไลท์สว่างตลอดเวลา (ใช้เป็นไฟฟลัดไลท์ส่องสว่างริมรั้วได้เลย)
โหมดขาวดำ: หากไม่ต้องการแสงไฟรบกวน ก็ปิดสปอตไลท์แล้วใช้ระบบอินฟราเรดตามปกติ
โหมดอัจฉริยะ (Smart Night Vision): อันนี้ทีเด็ด! กล้องจะอยู่ในโหมดขาวดำ แต่เมื่อไหร่ที่ตรวจพบ "มนุษย์" เดินผ่าน กล้องจะสาดไฟสปอตไลท์และเปลี่ยนการบันทึกเป็นภาพสีทันที เก็บรายละเอียดได้ครบถ้วนไม่มีพลาด!
หมดยุคที่กล้องแจ้งเตือนทุกครั้งที่หมาแมววิ่งผ่าน หรือใบไม้ไหว C3N มาพร้อมอัลกอริทึม AI ที่ตรวจจับเฉพาะ "สรีระของมนุษย์" แบบเรียลไทม์ ทำให้การแจ้งเตือนผ่านแอปพลิเคชันบนมือถือแม่นยำขึ้นมาก
นอกจากนี้ยังมี เทคโนโลยี PQ ขั้นสูง หากมีคนเดินเข้ามาใกล้กล้อง ระบบจะปรับลดความสว่างของแสงบนใบหน้าอัตโนมัติ ทำให้หน้าไม่ขาววอกจนมองไม่เห็นรายละเอียด
การป้องกันที่ดีที่สุดคือการหยุดยั้งก่อนเกิดเหตุ! เมื่อ AI ตรวจพบผู้บุกรุก กล้อง C3N สามารถสั่งให้สปอตไลท์ 2 ดวง "กะพริบถี่ๆ" เพื่อขับไล่และทำให้ผู้บุกรุกตกใจ นอกจากนี้ ตัวกล้องยังมี ไมโครโฟนตัดเสียงรบกวน ที่รับเสียงได้ไกลถึง 5 เมตร ทำให้คุณเห็นทั้งภาพและได้ยินเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสดๆ ผ่านมือถือ
บอดี้โลหะ มาตรฐาน IP67: แข็งแรงทนทาน ระบายความร้อนได้ดี กันน้ำ กันฝุ่น ทนได้ทั้งแดดเปรี้ยง พายุฝน หรือหิมะ
Wi-Fi ทะลุทะลวง: หมดปัญหาเน็ตหลุดด้วยเสาอากาศคู่ภายนอก (2.4 Ghz) สัญญาณเสถียรแม้เราเตอร์จะอยู่ไกล
ติดตั้งง่าย: ฐานกล้องหมุนได้ 360° ติดตั้งได้ทั้งบนฝ้าเพดานและกำแพง
ด้วยเทคโนโลยีการบีบอัดวิดีโอแบบ H.265 ทำให้ได้ภาพที่คมชัดขึ้น แต่ใช้แบนด์วิดท์และพื้นที่จัดเก็บน้อยลงถึง "ครึ่งหนึ่ง" เมื่อเทียบกับระบบเก่าอย่าง H.264 แถมยังรองรับการจัดเก็บข้อมูลหลายช่องทาง ทั้ง MicroSD Card (สูงสุด 256 GB), ระบบ Cloud (เฉพาะพื้นที่ที่รองรับ) และเครื่องบันทึก NVR 

แหล่งอ้างอิงจากเว็บ: https://www.ezviz.com/th/product/C3N/20425
: https://mfs.ezvizlife.com/C3N_User%20Manual_TH_V2.0.0.pdf?ver=61665&_gl=1*1w9dcn9*_gcl_au*NjQ1NTcyMDY1LjE3ODEwNzk1ODQ.*_ga*ODgxMTYzMzMuMTc2NTM2NDMzMg..*_ga_GFXNRVT2BW*czE3ODExNDgzMjYkbzk0JGcxJHQxNzgxMTUwMDk3JGo2MCRsMCRoNjE3ODczMzg5
1. หากแอปแสดงว่ากล้อง "ออฟไลน์" กล้องจะยังบันทึกวิดีโออยู่หรือไม่?
หากกล้องยังเปิดเครื่องอยู่ (แต่เน็ตหลุด): กล้องจะยังคงบันทึกวิดีโอลงในการ์ดความจำที่ตัวเครื่องต่อไป แต่การบันทึกลงระบบ Cloud จะหยุดชะงัก
หากกล้องปิดเครื่อง (ไม่มีไฟเลี้ยง): การบันทึกภาพจะหยุดลงทุกช่องทาง
2. ทำไมกล้องถึงแจ้งเตือน ทั้งๆ ที่ไม่มีคนอยู่ในภาพ?
ระบบอาจถูกกระตุ้นจากสิ่งอื่น เช่น ยานพาหนะที่วิ่งผ่าน หรือสัตว์เลี้ยง แนะนำให้เข้าไปตั้งค่า ปรับลดความไวในการตรวจจับ (Sensitivity) ลง
3. วิธีตั้งค่าใช้งาน MicroSD Card เพื่อบันทึกข้อมูลทำอย่างไร?
ตรวจสอบว่าเสียบการ์ดเข้ากล้อง และเชื่อมต่อกล้องเข้ากับบัญชีในแอป EZVIZ เรียบร้อยแล้ว
เปิดแอป EZVIZ เข้าไปที่หน้า "Device Details" (รายละเอียดอุปกรณ์)
หากมีปุ่ม "Initialize Storage Card" (เริ่มต้นใช้งานการ์ด) แสดงขึ้นมา ให้กดเพื่อทำการฟอร์แมตและเตรียมพร้อมการ์ดก่อนเป็นอันดับแรก
หมายเหตุ: ปกติแล้วระบบจะตั้งค่าเริ่มต้นให้บันทึกลงการ์ดอัตโนมัติเมื่อตรวจพบการเคลื่อนไหวอยู่แล้ว
4. กล้องออนไลน์ปกติ แต่ทำไมมือถือไม่ได้รับข้อความแจ้งเตือน?
ตรวจสอบที่แอป: เช็กว่าแอป EZVIZ เปิดทำงานอยู่ และได้เปิดฟังก์ชัน "การแจ้งเตือนเมื่อตรวจพบการเคลื่อนไหว" แล้ว
สำหรับผู้ใช้ Android: ตรวจสอบว่าได้อนุญาตให้แอปทำงานเป็นพื้นหลัง (Background)
สำหรับผู้ใช้ iOS: เข้าไปที่ Settings (การตั้งค่า) > Notifications (การแจ้งเตือน) แล้วเปิดอนุญาตให้แอปส่งข้อความเตือนได้
หากแก้ไขตามด้านบนแล้วยังไม่ได้ผล: ให้กดปุ่มรีเซ็ตที่ตัวกล้องค้างไว้ประมาณ 4 วินาที เพื่อคืนค่าโรงงาน
6.กล้องตัวนนี้หาซื้อ ได้จากไหน
!